วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555


สวนผักดาดฟ้า : Food from the Sky ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
       ปลูกผักบนดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้า Thornton’s Budgens
โดยผลผลิตที่ได้ก็จะนำมาจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ในทุกๆวันศุกร์นั่นเอง พืชที่ปลูกก็มีตั้งแต่ผักสลัด ผักโขม ดอกไม้กินได้ มะเขือเทศ อาร์ติโชค ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลีสีม่วง แครอท ถั่ว หัวเรดดิช สตอรเบอร์รี่และสมุนไพรต่างๆ โดยพืชผักผลไม้ทุกชนิดล้วนปลูกแบบออร์แกนิค หรือไม่ใช้สารเคมีใดๆ
 ที่น่าสนใจคือเขามีการนำขยะอินทรีย์จากห้างสรรพสินค้ามาทำปุ๋ยหมัก อีกทั้งยังใช้เลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยอีกด้วย
 ที่สำคัญ นอกจากสวนผักดาดฟ้าแห่งนี้จะทำให้คนเมืองมีอาหารสดใหม่และปลอดภัยไว้บริโภคแล้ว ยังเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการเกษตรและการทำอาหารของคนเมืองด้วย โดยเขาจะมีการจัดคอร์สอบรม จัดเสวนารวมถึงมีการเปิดรับอาสาสมัครมาช่วยทำงานอยู่เสมอ เรียกว่าเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันทำกิจกรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองลอนดอนเลยทีเดียว
ขอบคุณเนื้อหาเเละรูปภาพจาก: http://foodfromthrsky.org.uk
------------------------------------------------------------------------------------------------
การเพาะปลูกพืชในป่าคอนกรีตแนวคิดของ Annelies Kuiper จาก Dakboerin
ประเทศเนเธอร์แลนด์ มุ่งมั่นที่จะพลิกเมืองใหญ่ให้กลายเป็นพื้นที่เกษตร
 หลายคนเลือกที่จะปลูกสิ่งก่อสร้าง โดยไม่ทำลายต้นไม้ที่เติบโตคู่พื้นที่มานานแสนนาน ในขณะที่ฝ่ายคู่ตรงข้าม (ที่ดูเหมือนจะมีอำนาจมากกว่า) เลือกที่จะยัดเยียดความตายให้กับต้นไม้เพื่อสร้างป่าคอนกรีต โดยหยิบยกคำว่า ความเจริญของเมืองใหญ่’ มาเป็นตัวฟอกความผิด
 แนวคิดเช่นนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น แต่ในอีกหลายๆ ประเทศก็เผชิญกับปัญหาที่ป่าคอนกรีตโตสวนทางกับปริมาณต้นไม้ โดยเฉพาะกับผลิตผลทางการเกษตรที่แทบจะหาพื้นที่ปลูกต้นไม้ในเมืองใหญ่ไม่ได้เลย
 ปลูกพืชออร์แกนิคที่สอดคล้องกับการบริโภคของผู้ใช้พื้นที่ภายในอาคารนั้นๆ เพื่อให้เจ้าของพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด เช่น การปลูกผักบนหลังคาโรงเรียน เพื่อใช้พืชเหล่านั้นสำหรับการบริโภคภายในโรงเรียน หรือการปลูกผัก ผลไม้ และเบอร์รี่บนหลังคาภัตตาคาร เพื่อสามารถแปรรูปมาเป็นอาหารสำหรับลูกค้าที่เข้ามาในร้าน
ขอบคุณเนื้อหาเเละรูปภาพจาก: http://www.creativemove.me/
---------------------------------------------------------------------------------------
สวนผักดาดฟ้าแห่ง Brooklyn Grange Rooftop Farm 
      เป็นสวนผักดาดฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในนครนิวยอร์ก
ได้ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้ายในการประกวด World Challenge 2011 ซึ่งจัดขึ้นโดย BBC World News Limited และNewsweek  ในฐานะผู้ทำธุรกิจเพื่อสังคมและตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสวนผักดาดฟ้าแห่งนี้ ไม่เพียงเป็นแหล่งผลิตอาหารในเมืองเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยดูดซับน้ำฝน ป้องกันน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตก อีกทั้งยังช่วยลดอุณหภูมิ แก้ปัญหาเกาะความร้อนในเมืองได้ ตลอดจนยังมีส่วนช่วยจัดการปัญหาขยะในเมืองโดยนำเศษอาหารต่างๆมาทำปุ๋ยได้อีกด้วย ที่สำคัญสวนผักดาดฟ้าแห่งนี้ยังกลายเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญสำหรับเด็กนักเรียนจำนวนมาก ทำให้เด็กเข้าใจถึงกระบวนการผลิต ทราบถึงที่มาของอาหาร และรู้จักเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้อย่างดีด้วย....เรามาช่วยกันพัฒนาสวนผักดาดฟ้าแบบนี้ให้เกิดขึ้นมากๆในเมืองบ้านเรากันบ้างดีมั้ยค่ะ อย่างน้อยก็ช่วยดูดซับน้ำฝน ป้องกันน้ำท่วมจากน้ำฝนได้
ขอบคุณเนื้อหาเเละรูปภาพจาก: http://www.greenroofs.com/

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

เห็ดสร้างรายไดดี้ดี................


           จีระนันท์ พุ่มเรือง หรือ ลูกโป่ง จากฟาร์มเห็ดยายฉิม จ.นครนายก วิทยากรอบรมการเพาะเห็ดในงานตลาดนัดเศรษฐกิจพอเพียงที่พิพิธภัณฑ์การเกษตร เฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี เมื่อเร็ว ๆ นี้ เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีช่องทางทำกินจากการเพาะเห็ดขาย เจ้าตัวเล่าว่า เป็นคนกรุงเทพฯ ครอบครัวเป็นลูกชาวนา มีคุณยายชื่อฉิมและเคยทำเห็ดฟางเตี้ยแบบโบราณและทำอาหารจำพวกเห็ดได้เก่งมาก ซึ่งมาถึงรุ่นหลัง ๆ ในครอบครัวก็เรียนจบปริญญาตรีกัน มีหน้าที่การงานประจำ แต่ที่บ้านไม่ลืมอาชีพเกษตร อยากจะคงไว้ซึ่งอาชีพ เป็นความภาคภูมิใจของอาชีพเกษตรกร


            เนื่องจากบ้านอยู่ใกล้ ม.เกษตรฯ ชอบไปเดินงานเกษตรแฟร์ทุกปี และชอบกินเห็ดเป็นชีวิตจิตใจทั้งบ้านเลย ทำอาหารเห็ดพื้นบ้านก็เป็นหมด จึงไปอบรมเรื่องการเพาะเห็ดจากผู้รู้ ทำให้ทราบว่าเห็ดที่กินมีมากมายหลายสายพันธุ์ และนำมาทำเป็นเห็ดเศรษฐกิจได้ไม่ใช่แค่เห็ดฟาง จากนั้นก็เริ่มเพาะเห็ดขาย เริ่มจากเห็ดอากาศร้อน อย่างเห็ดขอน ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ แล้วจึงเพาะเห็ดอากาศเย็น อย่างเช่น เห็ดนางฟ้าภูฏาน เปาฮื้อ เพิ่มสายพันธุ์จากสายพันธุ์เดิม


         จีระนันท์บอกว่า ใครอยากเพาะเห็ดขาย แนะนำให้ทำเห็ดที่ทำง่ายก่อน เช่น เห็ดนางฟ้าภูฏาน หรือ นางนวล และควรฝึกทำให้ผ่าน 3 ฤดูก่อน จะได้รู้ว่าเห็ดสายพันธุ์นี้เจออากาศแต่ละฤดูแล้วจะเกิดปัญหาอะไร ซึ่งวิธีทำก็เริ่มจากสร้างโรงเรือนกว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตร และขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 12 เมตร ซึ่งฟาร์มเห็ดสามารถจะย่อหรือขยายได้ตามจำนวนเห็ดที่ใส่เข้าไป แต่ความสูงต้องเกิน 4 เมตร เพราะเห็ดอากาศเย็นจะต้องมีหลังคาสูง เพื่อจะช่วยลดความร้อนและระบายความร้อนได้ดี และห้ามโดนแดดโดนลม ส่วนวัสดุที่ทำโรงเรือนก็ทำมาจากไม้ไผ่ มุงด้วยแฝก จาก พื้นปูด้วยดินและทราย ทำหน้าต่างซึ่งคลุมด้วยสแลนสีดำเพื่อควบคุมอุณหภูมิ ติดระบบน้ำสปริงเกิล โดยค่าสร้างโรงเรือนที่บรรจุก้อนเห็ดได้ราว 4,000 ก้อน อยู่ที่ประมาณ 35,000 บาท ส่วนก้อนเชื้อให้ซื้อก้อนเชื้อที่เดินใยเต็มที่แล้ว ราคาก้อนละ 5-10 บาท

เห็ดต้องการความชื้นรอบนอกกับออกซิเจน และในการงอกของก้อนเชื้อจะให้ผลผลิตประมาณ 4-6 เดือนโดยเฉลี่ยต่อ 1 รุ่น บางสายพันธุ์อาจจะดีกว่า ถ้าดูแลดี ถ้าไม่ติดเชื้อจะอยู่ได้นานเกือบปี

วิธีเพาะเห็ดในถุง จีระนันท์เล่าว่า มี 3 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนเปิดดอก ยกตัวอย่าง เห็ดนางฟ้าภูฏาน ให้นำก้อนเชื้อที่เส้นใยเห็ดเจริญเต็มถุง คัดเฉพาะที่ไม่มีการปนเปื้อน มาเปิดในโรงเรือน เปิดถุงโดยเอาสำลีออก แล้วนำก้อนไปเรียงซ้อนกัน รดน้ำเช้า-เย็น รักษาความชื้นในโรงเรือน 70-90 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องระวังอย่าให้น้ำเข้าถุง เพราะถุงจะเน่า และเสียเร็ว หลังจากนั้นประมาณ 7 วัน ดอกเห็ดเล็ก ๆ จะเกิดขึ้น จากนั้นจึงเริ่มเก็บผลผลิตได้ ซึ่งจะเก็บประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้น พักก้อน 4-5 วัน คือหยุดให้น้ำ รอให้ดอกเห็ดแทงหน่อใหม่ จากนั้นเริ่มให้น้ำใหม่ และรอเก็บผลผลิตในรอบถัดไป

ต่อมาคือเรื่องการดูแลรักษากล่าวคือ ในฤดูแล้งให้รดน้ำที่พื้นที่วันละ 1-2 ครั้ง แต่สำหรับในฤดูฝน ถ้าฝนตกมากให้งดการให้น้ำ เวลาให้น้ำอย่าให้น้ำถูกดอกเห็ด ภายในโรงเรือนต้องมีอากาศถ่ายเท และมีแสงสว่างส่องเข้าถึง เส้นใยจะพัฒนาเป็นดอกเห็ดขนาดเล็กคล้ายดอกเข็ม หลังจากนั้นไม่เกิน 7 วัน ก็จะเก็บผลผลิตได้

ขั้นตอนสุดท้ายคือการเก็บดอกเห็ด ควรเก็บดอกเห็ดที่มีอายุปานกลางไม่แก่หรืออ่อนเกินไป ควรเก็บก่อนดอกเห็ดจะปล่อยสปอร์ ใช้มือจับดอกเห็ดแล้วดึงเบา ๆ ดอกเห็ดจะหลุดออกมา แล้วใช้มีดตัดส่วนที่สกปรกบริเวณโคนเห็ดออก ไม่ควรวางดอกเห็ดซ้อนกันจำนวนมาก เพราะเนื้อเยื่อเห็ดจะช้ำได้ ควรมีผ้าขาวบางวางรองบนภาชนะที่ใช้เก็บ เช่น ตะกร้า กระจาด จะช่วยลดการเสียดสีลงได้ ภาชนะควรจะโปร่ง อากาศถ่ายเทได้ การเก็บรักษาในถุงพลาสติกควรเจาะรูไว้ หรือไม่ควรปิดปากถุง เพราะเห็ดยังมีขบวนการหายใจ ทำให้มีไอน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อาจทำให้ดอกเห็ดเน่าเสียเร็ว ควรเก็บไว้ในที่ร่ม หากเก็บในตู้เย็นต้องบรรจุในถุงพลาสติกปิดปากถุงให้แน่น จะเก็บได้นานประมาณ 7 วัน

“หลังจากเก็บดอกเห็ดแล้ว ให้รดน้ำทุกครั้ง ๆ ละ 1-2 นาที เห็ดในรอบต่อไปจะโตขึ้น วันหนึ่ง ๆ จะเก็บเห็ดได้ 3 ครั้ง อุณหภูมิที่ดีที่สุดคือไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส ที่สำคัญในโรงเรือนต้องมีออกซิเจนให้เห็ดหายใจ” จีระนันท์บอก ก้อนเห็ด 4,000 ก้อน จะเก็บเห็ดได้ครั้งละ 100 กก.ขึ้นไป โดยราคา เห็ดนางฟ้าภูฏาน ตอนนี้จะขายได้ กก.ละประมาณ 50-70 บาท ก้อนเชื้อ 1 ก้อนจะเก็บเห็ดได้ 6-8 เดือน ๆ ละ 4 ครั้ง ส่วนเห็ดนางรม เห็ดนางนวล ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 150 บาทขึ้นไป ซึ่ง ’ช่องทางทำกิน“ เพาะเห็ดขาย ก็นับว่ามีรายได้ที่น่าสน
ผักสวนครัว


 

เมื่อนึกถึง “คนเมือง” หลายคนมักนึกถึงผู้คนแต่งชุดทำงาน ถือกระเป๋าเอกสาร หน้าตาคร่ำเคร่ง กินแต่อาหารสำเร็จรูป จะเนื่องด้วยสภาพเศรษฐกิจ สังคมที่เร่งรีบหรือจากสาเหตุอะไรก็ตาม ที่ทำให้วิถีชีวิตและค่านิยมของพวกเขาเปลี่ยนไป จนขาดทักษะในการพึ่งพาตนเองในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านอาหาร ที่ต้องพึ่งพิงตลาดเพียงอย่างเดียว

การปลูกผักไว้บริโภคเองในครัวเรือน จึงถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีส่วนช่วยให้คนเมืองสามารถพึ่งตนเองด้านอาหารได้มากขึ้น ทั้งช่วยลดรายจ่าย ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและคนในชุมชน แถมผักยังมีคุณค่าทางโภชนาการ ส่งผลดีต่อสุขภาพด้วย เพราะปัจจุบันอาหารต่างๆ ที่คนเมืองเลือกซื้อ มักเต็มไปด้วยสารเคมี ทั้งยังผ่านกระบวนการแปรรูปมาอีกหลายขั้นตอน ทำให้คุณค่าทางอาหารน้อยลง นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยแก้ปัญหาวิกฤติอาหาร ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของเมือง ซึ่งเป็นปัญหาโดยรวมของสังคมอีกด้วย

ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการปลูกผักไว้บริโภคเองของคนเมือง มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์กรภาคีต่างๆ จึงได้ริเริ่มโครงการสวนผักคนเมืองขึ้น นำร่องใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และนครปฐม เพื่อให้มีการอบรมขยายความคิดและพัฒนาให้เกิดการปฏิบัติในพื้นที่ต่างๆ ให้งานสวนผักคนเมืองเกิดเป็นรูปธรรมและมีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมถึงช่วยสร้างสรรค์สังคมเมืองให้ดีงาม

การริเริ่มโครงการดังกล่าวขึ้นมา มีวัตถุประสงค์เพื่อ ต้องการส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษไว้บริโภคและใช้สอย สำหรับกลุ่มครัวเรือนและชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพไว้บริโภค เสริมสร้างการเรียนรู้และสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดการพัฒนาความรู้เรื่องเกษตรในเมืองและชานเมือง รณรงค์เผยแพร่แนวคิดและรูปธรรมสู่สาธารณะ สุดท้ายเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันของกลุ่มคนในเมืองและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง ก่อให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อคนเมืองมากขึ้น

ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้เข้ามาร่วมทำสวนผักคนเมืองนั้น ได้ทั้งบุคคลที่สนใจปลูกผักกินเอง กลุ่มบุคคลที่รวมตัวกันและใช้พื้นที่ตนเองในรูปแบบต่างๆ เช่น ทาวเฮาส์ บ้านเดี่ยว คอนโด หรือบ้านในชุมชนแออัด และกลุ่มบุคคลที่ใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ได้แก่ ภายในโรงเรียน ชุมชนแออัด โรงงาน วัด รวมถึงบ้านจัดสรร เป็นต้น

สำหรับบุคคลหรือชุมชนใดที่สนใจอยากปลูกผัก แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นอย่างไร วันนี้ขอนำเสนอการปลูกผัก 3 แบบ เผื่อคนเมืองจะเกิดไอเดียนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่อยู่อาศัยของตน


การปลูกผักบนล้อยาง สร้างประโยชน์จากยางรถยนต์เก่าๆ ที่หลายคนมองว่าไร้ค่า ใครจะรู้ว่า นอกจากใช้ปลูกผักแล้ว ล้อยางยังช่วยป้องกันการรบกวนของสัตว์และแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ด้วย ที่สำคัญเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนมีพื้นที่น้อยๆ อย่างคนเมือง


สวนครัวลอยฟ้า ไม้ประดับกินได้ การปลูกผักสวนครัวก็สามารถสร้างสรรค์ให้เกิดความสวยงามได้ไม่น้อยเช่นกัน โดยการใช้ภาชนะปลูกที่มีน้ำหนักเบา สามารถดัดแปลงให้มีขอสำหรับแขวน หรือ เกี่ยวได้ และนำไปแขวนตามจุด หรือมุมต่างๆ ของที่พักอาศัย เหมาะสำหรับที่พักอาศัยที่มีขนาดเล็ก มีพื้นที่ว่างเล็กน้อย เช่น ตามกำแพง ริมรั้ว ระเบียง ริมหน้าต่าง ผักที่เลือกมาปลูกควรเป็นผักที่หยั่งรากตื้น เช่น ผักบุ้งจีน กวางตุ้ง ผักกาดหอม โหระพา กระเพรา ข้อควรระวังคือ ความชื้นของสวนครัวลอยฟ้าจะระเหยอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงต้องหมั่นรดน้ำอยู่บ่อยๆ


ผักสวนครัวกระถาง กระสอบ หรือภาชนะ ไม่ว่าจะเป็นกะละมัง ตะกร้า หม้อ ชาม แม้แต่กล่องโฟม ก็นำมาใช้ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ต้องเลือกชนิดผักให้เหมาะสมนั่นก็คือ ผักรากหยั่งตื้น ได้แก่ ผักชี ต้นหมอ คะน้า ผักบุ้งจีน ผักกาดขาว ผักกาดเขียว ผักกาดหอม กะหล่ำปลี สะระแหน่ ขึ้นฉ่าย ตั้งโอ๋ เป็นต้น ส่วนผักรากหยั่งลึกปานกลาง ได้แก่ กะเพรา โหระพา แมงลัก พริก มะเขือ มะเขือเทศ แตงกวา ถั่วแขก และถั่วฝักยาว เป็นต้น

พอจะได้ไอเดียกันบ้างหรือป่าวคะ ขอแนะนำอีกเรื่อง เวลาเก็บผักมากินนั้น หากเป็นผักใบ พวกคะน้า ผักบุ้ง ให้เด็ดใบมารับประทาน ไม่ต้องถอนออกทั้งต้นนะคะ เพราะมันจะแตกแขนงออกมาให้ได้รับประทานกันอีก ยิ่งถ้าเป็นพวกสะระแหน่ กะเพรา โหระพา แมงลัก ตำลึง ยิ่งเด็ดก็จะยิ่งแตกยอดให้ได้รับประทานกันตลอดปีเลยทีเดียว

นอกจากนี้ “คนเมือง” ผู้สนใจปลูกผักสามารถติดต่อขอเข้ารับการอบรม หรือขอคำปรึกษาได้จากศูนย์อบรมต่างๆ ดังนี้

-       ศูนย์อบรมเกษตรในเมือง สาขาเจ้าชายผัก (ลาดพร้าว 71) โทร. 081-867-2042
-       ศูนย์เรียนรู้การทำเกษตรในเมือง ศูนย์สุวรรณภูมิ คุณชูเกียรติ โกแมน โทร.085-090-2283
-       มูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนา (สวนผักบ้านคุณตา สุขุมวิท 62) โทร 089-6699249, 084-1664560, 02-6170832
-       สวนเกษตรดาดฟ้า สำนักงานเขตหลักสี่ ฝ่ายรักษาความสะอาด โทร. 02-576-1393

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) เลขที่ 912 ซ.งามวงศ์วาน 31 (ซอยย่อยที่7) อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-591-1195-6 โทรสาร 02-580-2035 และเว็บไซต์ http://sathai.org 

ที่มา : มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน

การจัดทำ สวนครัว เอาไว้รับประทานผักเองในรั้ว บ้าน ของเรานั้น หากเป็นพื้นที่้น้อยก็อาจไม่จำเป็นต้องพิถีพิถันกับการเลือกมากนัก เพราะเราคงมีข้อจำกัดในการหาพื้นที่ปลูกอยู่แล้ว แต่หากมีพื้นที่สำหรับทำสวนครัวมากพอ ก็อาจสามารถเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการทำแปลงผักได้ เพื่อให้สะดวกสำหรับการเข้าไปดูแลและเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ทำการปลูกนั้นได้โดยง่าย


พื้นที่สำหรับการทำสวนครัว นั้น ควรจะตั้งอยู่ในที่โล่งแจ้ง ปราศจากร่มเงาของบ้านค่ะ นอกจากนั้นยังควรทำแปลงปลูกให้ไกลจากต้นไม้ใหญ่ เพื่อป้องกันรากต้นไม้แย่งน้ำและอาหารจากพืชผัก แต่หากไม่มีทางเลือกก็ให้เลือกปลูกพืชผักแต่ละชนิดตามความเหมาะสมของพื้นที่ที่มี และตามความต้องการแสงแดดจากพืชนั้น ๆ เช่น ปลูกมะเขือ พริก ในจุดที่ได้รับแสงแดดตลอดวัน และปลูกผักที่เรากินใบหรือส่วนของราก เช่น ผักกาดหัว คะน้า ให้อยู่ในบริเวณรับแสงแดดเพียงเล็กน้อย




นอกจากนี้แล้ว สวนครัว ควรตั้งอยู่ในที่ ๆ ที่เ็ป็นดินดี ระบายน้ำดี เพราะผักจะชอบสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ แต่ถ้าดินในบริเวณบ้ิานเราไม่ดี เราก็อาจจะต้องทำการปรับปรุงหน้าดินก่อนทำการปลูก ให้ดินนั้นมีความโปร่งและระบายน้ำได้ดี มีธาตุอาหารสำหรับเลี้ยงพืชอุดมสมบูรณ์ เช่น การใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และปรับปรุงดินให้มีลักษณะเป็นกรดอ่อน ๆ โดยการใส่ปูนขาว แต่ถ้าเป็นดินทรายหรือดินร่วน ก็อาจทำเพียงยกร่องเพื่อทำการปลูกพืชเพียงเล็กน้อยเท่านั้น




ประการสุดท้ายก็คือ เมื่อทำการปลูกพืชผักแล้ว ก็ขอให้หมั่นดูแลรดน้ำ พรวนดิน ด้วยนะคะ เราจะได้มีผักอร่อย ๆ ปลอดสารพิษ ที่ให้ผลผลิตให้เราได้เก็บเกี่ยวมาใช้ประกอบอาหารได้ทุกวันนั่นเอง

7 วิธีปลูกต้นไม้ง่ายๆกับวัสดุเหลือใช้


การปลูกต้นไม้ ทำสวน เป็นกิจกรรมยามว่างที่หลายๆคนชื่นชอบ และทำได้ง่าย แถมสนุกอีกด้วย  การตกแต่งบ้านจัดสวนก็เป็นการสร้างไอเดียใหม่ๆ หยิบนู้น จับนี่กลายเป็นสวนแห่งไอเดียที่น่าภูมิใจ




1. กำแพงจะปล่อยพื้นที่ให้ว่างเปล่าก็กะไรอยู่  ลองนำท่อ หรือรางน้ำ มาเป็นภาชนะสำหรับปลูกต้นไม้สิคะ เป็นการตกแต่งผนังด้วยพืชผักสีเขียว




2. ใครไม่รู้ว่าจะนำเอายางรถยนต์เก่าไปทำอะไร ลองนี่ค่ะ จับมาแปลงร่างเป็นแปลงผักจิ๋ว ใช้พื้นที่น้อย แต่ก็ได้รับประทานผักที่ไร้สารพิษด้วยนะเอ่อ




3. ถังสีเก่าๆ  ก็นำมาใส่ดินปลูกต้นไม้ได้เช่นกัน




4. แปลงผักที่ดูน่ารัก รถน้ำต้นไม้ด้วยการต่อท่อน้ำ ทำให้คลายกับระบบส่งน้ำในสวนผักย่อมๆ




5. ดูไปดูมาคล้ายกับขวดน้ำเกลือ แต่นี่คือกระถางต้นไม้ค่ะ หากบ้านใครมีเนื้อที่ไม่มากนัก นี่เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่รักการปลูกต้นไม้




6. และสำหรับอีกทางหนึ่งในการปลูกผัก ปลูกต้นไม้ แถมประหยัดเนื้อที่ คือ นำที่ใส่รองเท้านำมาห้อยกับราวผนัง ใส่ดิน ใส่ปุ๋ย เพาะเมล็ดผัก 



7. แก้ว และขวดน้ำพลาสติกนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประโยชน์ กับกระถางต้นไม้จิ๋วตั้งโต๊ะ 


ซิซซ์เล่อร์ เพิ่มคุณค่าอาหาร ฟักทองญี่ปุ่นโครงการหลวง


Pic_225929

อีกหนึ่งร้านอาหารชั้นนำที่ยาวนานกว่า 18 ปี ซิซซ์เล่อร์ ที่ได้คิดค้นเมนูใหม่ขึ้นมาอยู่เสมอ รวมทั้งสลัดบาร์ อันเป็นหน้าตาของร้านได้หมุนเวียนรายการใหม่ๆให้มาลิ้มลอง โดยคัดผลผลิตจากสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย และอีกหลากหลายพื้นที่เพาะปลูกในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีคุณภาพสด สะอาดมาบริการ อาทิ มะเขือเทศสดๆ พันธุ์ดีอย่างมะเขือเทศท้อ, มะเขือเทศราชินี, หัวบีทรูทแดง, บัตเตอร์เฮด  ฟิลเล่ย์, แตงกวาซูกินี ไปจนถึงผักสดหวานกรอบ กะหล่ำปลีขาว, กะหล่ำแดง, ผักเบบี้คอส

นงชนก สถานานนท์ ผู้บริหารซิซซ์เล่อร์ การันตีความสดอร่อยของฟักทองญี่ปุ่น.

นงชนก สถานานนท์ ผู้บริหารซิซซ์เล่อร์ การันตีความสดอร่อยของฟักทองญี่ปุ่น.
ส่วนผักที่ฮิตฮอตล่าสุด “ฟักทองญี่ปุ่น” (Japanese Pumpkin) สั่งตรงมาจากศูนย์หมอกจ๋าม โครงการหลวง จ.เชียงใหม่ พืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งวิตามินเอ วิตามินซี และธาตุฟอสฟอรัส และสารเบตาแคโรทีน ที่มีส่วนลดโอกาสการเกิดมะเร็งได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงตับ ไต และสร้างเซลล์ที่ตายไปขึ้นมาใหม่ และยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณมีน้ำมีนวล ทั้งหมดพร้อมเสิร์ฟในร้านแล้ว.

ไทยรัฐออนไลน์



เกษตรหลวงอ่างขาง



about strawberry
  1. งานศึกษาวิจัย
    สถานีเกษตรหลวงอ่างขางตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศเย็นตลอดปี ดังนั้นจึงเป็นสถานีหลักในการศึกษาวิจัยไม้ผลเขตหนาวของโครงการหลวงนับเป็นสถานีวิจัยไม้ผลเมืองหนาวที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยที่ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยและขยายพันธุ์พืชชนิดต่าง ๆ ได้แก่
    1.1 งานรวบรวมและศึกษาพันธุ์ไม้ผลเขตหนาวชนิดต่างๆ เช่น พี้ช , สาลี่ , พลับ , พลัม บ๊วย , กีวีฟรู้ท และสตรอเบอรี่
    1.2 งานศึกษาพันธุ์ไม้โตเร็วชนิดต่าง ๆ และไผ่ต่าง ๆ สำหรับใช้ปลูกทดแทนป่าไม้ที่ถูกทำลาย เช่น ไม้โตเร็ว กระถินดอย , เมเปิลหอม , จันทร์ทอง ฯ ,เพาโลเนีย และไผ่หวานอ่างขาง ไผ่หยก
    1.3 งานศึกษาและทดสอบพันธุ์ไม้ตัดดอก บางชนิด เช่น กุหลาบ , ฟรีเซีย , โปรเทีย ไม้หัวและไม้ดอกกระถาง
    1.4 งานศึกษาและรวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพร พืชผักเมืองหนาวชนิดต่าง ๆ และผักใหม่ชนิดต่าง ๆ
  2. งานเผยแพร่และฝึกอบรม
    Tea
    เนื่องจากสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นแหล่งทางวิชาการปลูกพืชบนที่สูงที่สำคัญของประเทศในแต่ละปีใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่และเกษตรกรของมูลนิธิฯ จำนวนมากประกอบกับมีผู้สนใจจากองค์กรและสถาบันต่างๆ เข้าเยี่ยมชมและดูงานเป็นอันมาก มูลนิธิ-โครงการหลวงจึงได้จัดสร้างอาคารฝึกอบรมการเกษตรที่สูง ที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกอบรมและเผยแพร่งานของโครงการหลวงในด้านต่างๆให้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ของโครงการหลวง ส่วนราชการ ผู้สนใจ และ แก่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้เปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม 2540
  3. งานพัฒนาและส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกร
    เป็นการดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกรชาวเขาบริเวณรอบๆ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ซึ่งเป็นชาวเขาเผ่าต่าง ๆ รวม 4 เผ่า ได้แก่ ปะหล่อง มูเซอ ไทยใหญ่ และจีนฮ่อ โดยมีส่วนราชการต่างๆ ร่วมดำเนินงานในรูปคณะทำงานศูนย์พัฒนาโครงการหลวงอ่างขาง
    กิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาแหล่งน้ำ การวางแผนการใช้ที่ดิน การส่งเสริมการปลูกไม้ผล ไม้ตัดดอก พืชผัก ชาจีน การผลิตไหลสตอเบอรี่ การฟื้นฟูระบบนิเวศ ในพื้นที่ต้นน้ำโดยการฟื้นฟูป่าโดยธรรมชาติและการปลูกป่าชาวบ้าน
    Sweet mustard
    งานส่งเสริมที่นำไปสู่เกษตรกร ได้แก่
    3.1 งานทดสอบและส่งเสริมพืชเครื่องดื่มชา 
    ได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกชาพันธุ์ No.12 (ชาเขียวและชาอูหลง) , หย่วนจืออูหลง, พันธุ์ลูกผสม (ชาเขียวและอูหลง)
    3.2 งานส่งเสริมผัก 
    มีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกผักที่แปลง 2000 ,บ้านนอแล และ บ้านขอบด้งหลากหลายชนิดด้วยกัน เช่น ผักกาดหางหงส์, คะน้าใบหยิก, กะหล่ำปลีหัวใจ คะน้าฮ่องกง, ถั่วหวาน ฯลฯ
    3.3 งานส่งเสริมไม้ดอก 
    ได้ให้เกษตรกรปลูกดอกหลายชนิดด้วยกัน เช่น กุหลาบตัดดอก (บ้านนอแล),เบญจมาศ (บ้านขอบด้ง),ยูคาลิบตัส (บ้านนอแล),ไม้กระถางสาธิต(บ้านขอบด้ง)
    3.4 งานส่งเสริมสตรอเบอรี่ 
    มีการแนะนำเกษตรกรบ้านขอบด้งในการเก็บผลผลิตสตรอเบอรี่ที่ถูกต้องเพื่อจำหน่ายและวิธีการป้องกันกำจัดศัตรูสตรอเบอรี่ รวมถึงการให้ปุ๋ย เป็นต้น
    3.5 งานส่งเสริมไม้ผล 
    ส่งเสริมให้เกษตรกรชาวเขาปลูก บ๊วย, พี้ช, สาลี่, พลับ, และแนะนำวิธีการเปลี่ยนพันธุ์ ต่อกิ่ง การให้ปุ๋ย และ การดูแลรักษา
    3.6 งานส่งเสริมกาแฟ 
    มีการส่งเสริมให้ปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้า ดูแลถึงวิธีการให้ปุ๋ย การใช้สาร เพื่อป้องกันโรคและแมลง
    3.7 งานส่งเสริมพืชไร่ 
    ส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกลินิน และ ปลูกข้าวบาร์เล่ย์ (เพื่อทำดอกไม้แห้ง)
    3.8 งานป่าชาวบ้าน 
    ส่งเสริมชาวเขาเผ่าปะหล่องที่เข้าร่วมโครงการป่าชาวบ้านปลูกป่าพวกพรรณไม้โตเร็วของประเทศไต้หวันและมีการตัดแต่งกิ่งไม้ที่โตแล้วนำไปใช้งาน (ทำฟืน)